ดีป้าลุยขอนแก่น เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรม OTOD #3 ครบ 8 จังหวัดทั่วประเทศสำเร็จมุ่งสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลกว่า 1,500 คน ต่อยอด Smart Agricultureสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอีสานตอนกลาง

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569, ขอนแก่น – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าจัดกิจกรรม โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) ภายใต้กิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ณ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายของการเดินสายกิจกรรมในซีซันนี้ ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมครอบคลุมทั้ง 8 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกร กลุ่มชุมชน และผู้ประกอบการกว่า 1,500 คน เชื่องโยงกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยจังหวัดขอนแก่นถือเป็นหมุดหมายสุดท้ายของการเดินสายกิจกรรมในซีซันนี้

ตลอดการดำเนินโครงการ OTOD #3 ดีป้าได้ลงพื้นที่สร้างการเรียนรู้ด้านเกษตรดิจิทัลในทุกภูมิภาค ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร การสร้างรายได้ผ่านดิจิทัล การเข้าถึงแหล่งทุน และการพัฒนาธุรกิจชุมชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ชุมชนและผู้ประกอบการได้นำเสนอแนวคิดผ่านเวที Pitching ตลอดจนเชื่อมโยงความร่วมมือกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้รับมาตรฐาน dSURE เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในพื้นที่และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคอีสานตอนกลาง จังหวัดขอนแก่น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม กรีนโฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจาก นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำโดย นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า และ นายประดิษฐ์ คงภูเขียว ผู้จัดการสาขาภาคอีสานตอนกลาง ดีป้า พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง กว่า 240 ราย/ชุมชน

นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า กล่าวว่า “การเดินทางมาถึงจังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้ OTOD #3 สามารถขับเคลื่อนกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day ได้ครบทั้ง 8 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค สิ่งที่เราเห็นตลอดเส้นทางคือ เกษตรกรไทยมีความพร้อมที่จะเรียนรู้และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นโดรนเพื่อการเกษตร เครื่องจักรกลอัจฉริยะ หรือระบบบริหารจัดการฟาร์ม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางรายได้ให้กับชุมชน”

“สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการจัดกิจกรรม คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ชุมชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศด้านเกษตรดิจิทัลที่สามารถต่อยอดได้จริงในระยะยาว ดีป้าจะเดินหน้าติดตามผลและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเสริมศักยภาพภาคเกษตร คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้อย่างยั่งยืน”

ด้านนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า “จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีพื้นที่การเกษตรกว่า 4.2 ล้านไร่ และมีพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา ซึ่งมีเกษตรกรและเครือข่ายชุมชนจำนวนมากที่พร้อมต่อยอดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสู่ภาคการเกษตร จังหวัดรู้สึกยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ OTOD #3 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน รับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร”

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture ที่ออกแบบให้ครอบคลุมทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่ ประกอบด้วย 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว พร้อมกิจกรรม AgriTech Showcase ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง และ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือเวที Digital Agriculture Pitching Day ซึ่งเปิดโอกาสให้ชุมชนนำเสนอแนวคิดและแผนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรับการสนับสนุนจากดีป้า โดยประเภท d-community มีผู้ผ่านการพิจารณาจำนวน 50 ราย และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนโกโก้ไร่คำแพง ขณะที่ประเภท d-startup มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 6 ราย ได้แก่ นายสุพัฒน์ สีจันทา โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, สภาเกษตรกร, มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท เจียไต๋ จำกัด และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกันพิจารณาและให้ข้อคิดเห็น

โครงการ OTOD #3 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลระดับประเทศ ที่เชื่อมโยงเกษตรกร ชุมชน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเกิดขึ้นจริงในภาคการเกษตรไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top