“GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE” ลุยถ่ายสถานที่ดึกดำบรรพ์ พร้อมสัมภาษณ์นักแสดงนำ

            “GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE กำลังกวาดรายได้หนังจักรวาลมอนสเตอร์เวิร์ส ที่เห็นทีเซอร์ก็ต้องรีบควักเงินซื้อตั๋วเข้าไปดู แต่กว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังพูดถึงโดยเฉพาะก๊อตซิล่าพอปล่อยพลังเป็นสีชมพู ฉากนี้อลังการและทำออกได้ตื่นตามา จึงอยากให้ทราบถึงการถ่ายทำ GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE บนสถานที่จริงทั่วโลก เช่น ออสเตรเลีย บราซิล  ยิบรอลตาร์ ไอซ์แลนด์ อิตาลี โมรอคโค และสหรัฐฯ กองถ่ายพบกับภารกิจที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อสร้างและขนย้ายอุปกรณ์ในสตูดิโอภาพยนตร์ เตรียมพร้อมกับทุกสิ่งที่จะเจอ (พายุ! งู!) ตามที่ธรรมชาติจะจัดสรรให้ ประเด็นสำคัญอย่างการถ่ายทำในป่าฝน  เดนทรี ที่งดงามและมีความดึกดำบรรพ์ทางตอนเหนือของควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย อุปกรณ์ทั้งหมดต้องถูกขนขึ้นรถบรรทุก 55 คันด้วยความยากลำบาก 3 วัน ผ่านระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร และระหว่างนั้นกองถ่ายต้องอาศัยเครื่องผลิตไฟฟ้าพกพา (ต้องนำเข้ามาเช่นกัน) การทำงานสำหรับทีมงานและนักแสดงในเรื่อง GXK ต้องเดินทางและถ่ายทำในสถานที่ที่มีกองถ่ายเพียงไม่กี่เรื่องเคยไปเยือนมาก่อน

              ป่าฝนเดนทรีที่กองถ่ายเก็บภาพสำหรับเรื่อง GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE เป็นป่าฝนร้อนชื้นพื้นที่ราบที่เก่าแก่สุดบนโลก มีอายุราวเดียวกับ Giant Redwoods กองถ่ายต้องมีการเตือนขั้นเด็ดขาดระหว่างการถ่ายทำที่นั่น เพื่อปล่อยให้สภาพแวดล้อมสุดมหัศจรรย์อยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนที่พวกเขาได้พบเจอ

              นอกจากพืชพันธุ์หลากชนิดที่น่าทึ่งในป่าเดนทรี (รวมต้นปาล์ม Licuala Fan Palms ดึกดำบรรพ์อันงดงามที่ถูกพบเมื่อปี 1780 และมีอายุย้อนกลับไปอีกหลายศตวรรษ) กองถ่ายเรื่อง GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE มีการแชร์สถานที่อยู่อาศัยในป่าฝนร่วมกับสัตว์หลากหลายชนิด  ทั้ง งู จระเข้ และนกขนาดยักษ์ มีการส่งใบแจ้งเตือนทีมงานและนักแสดงทุกคนให้เฝ้าระวัง และมีผู้ดูแลพิเศษคอยจัดการงูที่เข้ามาในฉาก (พวกเขาอาจพบเจอได้และจะส่งกลับไปยังที่เงียบ ๆ ในป่า) ส่วนพวกจระเข้และนกขนาดยักษ์มักจะเก็บตัวและไม่ค่อยเข้าใกล้กองถ่าย

              สำหรับฐานตั้งมั่นของโมนาร์ชในฮอลโลว์ เอิร์ธในเรื่อง GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE กองถ่ายเลือกการถ่ายทำใน Cape Tribulation ตั้งอยู่ใจกลางป่าฝน Stamp House เป็นพื้นที่น่าทึ่งรายล้อมไปด้วยน้ำและพื้นที่มีความแฉะ ซึ่งเป็นการสร้างจากชาร์ลส ไรท์ สถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ในเมลเบิร์น ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2013 บ้านพักมีโครงสร้างที่แข็งแรง พร้อมรับกับสภาพอากาศที่รุนแรงรวมถึงพายุไซโคลน โดย Stamp House ปรากฏตัวครั้งแรกในเรื่อง  GXK

              เมื่อกองถ่าย GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE ย้ายมาที่โรงถ่าย “ด้านใน” ของ Village Roadshow ในควีนส์แลนด์ พวกเขาใช้โรงถ่าย 9 ที่ใหญ่ มีพื้นที่มากกว่า 40,000 ตารางฟีต พร้อมเพดานสูง 60 ฟุต ทำให้ผู้ออกแบบฉาก ทอม แฮมมอค มีพื้นที่พอสำหรับการสร้างฉากป่าฝนขึ้นมาได้ และใช้ต้นไม้ขนาดใหญ่ราว 1,000 ต้น

              ผู้ออกแบบฉาก ทอม แฮมมอค เป็นผู้สร้างฉากป่าฝนในเรื่อง GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE ขึ้นมา ต้องใช้ผู้ชำนาญราว 200 คนในเวลา 3 เดือนกว่าจะเสร็จสิ้น มีการทำงานโดยใช้สแกน hi-res 3D ของสถานที่จริงเพื่อความแน่ใจว่ามีความสมจริงมากที่สุด

              The HEAV [Hollow Earth Aerial Vehicle] เห็นครั้งแรกในเรื่อง GODZILLA VS. KONG ได้รับการอัปเดตเป็น  2.0 สำหรับเรื่อง GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE การออกแบบเวอร์ชันใหม่มาจากไอเดียของไบโอมิมิครี ศาสตร์ที่ดูเหมือนธรรมชาติในแลป R&D lab ผู้ออกแบบฉาก ทอม แฮมมอค ได้รวมสิ่งมีชีวิตทางทะเลลึกลงไปในการอ้างอิงของเขาด้วย โดยเรียกว่าเป็นการผสมผสานของ “ตั๊กแตนและปลา” พาหนะประกอบด้วยชิ้นส่วน 14 ชิ้น (แต่ละส่วนมีน้ำหนักราว 1 ตัน) ซึ่งอาจแตกหักและประกอบใหม่ได้ในสถานที่จริง

มาฟังบทสัมภาษณ์ “แดน สตีเวนส์” (แทรปเปอร์)

คำถาม: นี่เป็นครั้งแรกที่คุณมารับบทบาทในจักรวาลมอนสเตอร์เวิร์สของค่าย Legendary ตั้งแต่คุณเป็นเด็กจนกระทั่งเริ่มมาเป็นนักแสดง คุณเคยคิดบ้างไหมว่าจะได้มาอยู่ในหนังสัตว์ประหลาดฟอร์มยักษ์แบบนี้

แดน สตีเวนส์: ไม่คิดมาก่อนเลยครับ! เหมือนฝันเลยที่ได้มาอยู่ร่วมจอกับไอคอนทางวัฒนธรรมอย่างคองและก็อตซิลล่า แล้วยังมีตำนานภาพยนตร์อย่างรีเบคกา ฮอลล์ และไบรอัน ไทรี เฮนรีด้วย ก็ยิ่งพิเศษไปอีก มันเป็นหนังฟอร์มใหญ่จริง ๆ นับเป็นเรื่องแรกของผมเลย  และจุดสนใจและเหตุการณ์หลักต้องเกี่ยวข้องกับก๊อตซิลล่าและคอง ผมคิดว่าในภาคนี้ เราจะได้สำรวจเรื่องราวและความเป็นมาของคองให้ลึกยิ่งขึ้น เทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้เราสร้างสรรค์แต่งเติมงานภาพที่สวยงามให้กับเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างที่เราคงทำไม่ได้เมื่อหลายปีก่อน จุดนี้แหละครับที่น่าสนใจ รวมถึงเรื่องราวของฝ่ายมนุษย์ด้วย มีเรื่องราวที่เต็มอิ่มและอบอุ่นหัวใจระหว่างตัวละครของรีเบคกา ฮอลล์ ที่ชื่อไอลีน แอนดรูว์ส และลูกเลี้ยงของเธอ เจีย ที่รับบทโดยเคย์ลี ฮอตเทิล แล้วยังมีความสนุกและแอ็กชันผจญภัยอีกมากมายในเรื่องนี้ด้วย ตรงจุดนี้เองที่แทรปเปอร์ ตัวละครที่ผมเล่น จะได้เข้ามามีบทบาทครับ และมีการโต้ตอบสนุก ๆ กับเบอร์นีที่รับบทโดยไบรอัน ไทรีด้วย มีทั้งแอ็กชันมัน ๆ ช่วงเวลาซึ้ง ๆ และอารมณ์ขัน รวมอยู่ด้วยกันทั้งหมดเลย

คำถาม: คองและก๊อตซิลล่าเป็นอย่างไรในฐานะเพื่อนร่วมฉาก คุณสนุกกับการเล่นฉากแบบนี้ไหม

แดน สตีเวนส์: ครับ มันน่าทึ่งเลยนะ หนังประเภทนี้จะต้องอาศัยจินตนาการมาก ๆ ยิ่งในเวลาที่ต้องจินตนาการว่าสองตัวนี้ออกอาละวาดอยู่ข้าง ๆ ตัวเรา ตัวละครของผมต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคองด้วยซึ่งเป็นฉากที่น่าสนใจเลย คองเป็นหนึ่งในเพื่อนนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานด้วยแน่นอนเลยครับ

คำถาม: แล้วการทำงานกับสถานที่จริงซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลอย่างป่า Daintree ล่ะครับ น่าตื่นเต้นไหมหรือว่าน่ากลัว

แดน สตีเวนส์: สำหรับผมแล้วน่าตื่นเต้นมากเลยครับ ผมชอบการได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติและได้เห็นพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของโลกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สำหรับบางคนอย่าง ไบรอัน ไทรี เฮนรี มันไม่ค่อยน่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่ แต่ออกไปทางน่ากลัวมากกว่า สำหรับผมแล้ว มันสนุกดีนะที่ได้เห็นเขาไม่ค่อยเอ็นจอยกับการต้องมาอยู่ใกล้แมงมุม งู และอะไรพวกนั้นน่ะ ผมคิดว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ผมอยู่ในกองถ่ายที่ต้องมีเจ้าหน้าที่จับงูคอยเฝ้า เผื่อว่ามีงูเหลือมเลื้อยขึ้นรถเครน ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เป็นวันที่สนุกมากเลย ทีมงานบอกว่า “โอเค เราต้องหยุดพักสักห้านาทีเพื่อย้ายงูยักษ์ที่มาเยี่ยมกองถ่ายนะ” สนุกดีครับ

บทสัมภาษณ์ เคย์ลี ฮอตเทิล (เจีย)

คำถาม: ช่วยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ เจีย ตัวละครที่คุณเล่นในหนังเรื่องนี้ได้ไหมครับ เธอต้องพบอะไรบ้างในช่วงต้นเรื่อง

เคย์ลี ฮอตเทิล: เจียผ่านความบอบช้ำและอารมณ์ต่าง ๆ มากมาย เธอถูกพรากจากครอบครัวแต่ก็ยังคงก้าวต่อไป เธอได้รับความช่วยเหลือจากคองด้วยและคองก็ไม่มีใครเหมือนกัน ทั้งสองพยายามค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ พวกเขาผูกพันกันเพราะผ่านเรื่องราวมาด้วยกันมากมาย

คำถาม: เจียเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างในหนังภาคนี้ ภาคที่แล้วเธอเป็นเด็กกำพร้า คราวนี้เธอรับบทบาทสำคัญในเรื่อง

เคย์ลี ฮอตเทิล: เราได้รู้เกี่ยวกับตัวเธอและวัยเด็กของเธอเพิ่มขึ้นมากค่ะ เธอถูกพรากจากครอบครัวเมื่ออายุยังน้อย และต้องพบเจอเรื่องราวเลวร้ายมากมาย แต่ตัวละครของรีเบคกาก็คอยดูแลเธอ คราวนี้เธอออกเดินทางเพื่อพยายามค้นหาคำตอบ เป็นเรื่องราวที่เยี่ยมเลยค่ะ

คำถาม: ความสัมพันธ์ระหว่างเจียกับคองเป็นอย่างไร พวกเขามีอะไรที่เหมือนกัน

เคย์ลี ฮอตเทิล: พวกเขาผูกพันกันเพราะมีอะไรหลาย ๆ อย่างคล้ายกันค่ะ พวกเขาสื่อสารกันด้วยภาษามือ เธอบอกได้ว่าคองรู้สึกอย่างไรและคองก็รู้เหมือนกันว่าเธอรู้สึกอย่างไร พวกเขาต่างรับฟังกันและเชื่อมโยงเข้าหากันจากการต่อสู้ที่ผ่านมา พวกเขาต่างก็สงสัยว่าตัวเองอยู่ตรงจุดไหนและมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร แล้วพวกเขาก็ค้นหาไปด้วยกัน

คำถาม: ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเจียส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่เลี้ยงอย่าง ดร.แอนดรูว์สบ้างไหมครับ

เคย์ลี ฮอตเทิล: ฉันคิดว่า ดร.แอนดรูวส์ คอยดูแลเจียเสมอค่ะ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็พยายามเข้าใจเจียอย่างเต็มที่ และไม่ว่าอย่างไรทั้งคู่ก็ยังคงอยากอยู่ด้วยกัน

คำถาม: คุณกลับมาทำงานกับผู้กำกับ อดัม วิงการ์ด การทำงานกับเขาในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เคย์ลี ฮอตเทิล: การทำงานร่วมกับเขาสนุกมากค่ะ ทั้งในภาคที่แล้วและภาคนี้เขาทำงานร่วมกับฉันอย่างใกล้ชิดในแง่การกำกับการแสดง ฉันเข้าใจทุกสิ่งที่เขาต้องการ เขาอธิบายเรื่องต่าง ๆ อย่างชัดเจน และการทำงานก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นด้วยการสนับสนุนของเขา

คำถาม: ผมได้ยินมาว่าคุณเดินทางไปยังสถานที่อันน่าทึ่งหลายแห่งเพื่อถ่ายทำเรื่องนี้ คุณคิดอย่างไรกับป่า Daintree มันน่าตื่นเต้นไหม หรือว่าน่ากลัว

เคย์ลี ฮอตเทิล: ค่ะ ทุกอย่างที่ธรรมชาติมอบให้เราเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ทั้งป่าไม้ที่งดงาม แม่น้ำลำธาร และอื่น ๆ ทุกอย่างสวยงามมากค่ะ และหนังเรื่องนี้ก็ถ่ายทอดภาพธรรมชาติออกมาได้น่าตื่นเต้นมาก

คำถาม: ถ้าจะให้คุณบรรยายถึงหนังเรื่องนี้ให้เพื่อน ๆ และครอบครัวฟัง คุณจะบรรยายถึงมันว่าอย่างไร

เคย์ลี ฮอตเทิล: ฉันจะบอกว่าใน “Godzilla x Kong” พวกมันเชื่อมโยงถึงกัน และพวกมันทำงานร่วมกันเพื่อเอาชนะศัตรู ที่ผ่านมาเรานึกว่าก็อตซิลล่ากับคองเกลียดกัน แต่ในหนังภาคนี้ พวกมันจะร่วมมือและทำงานด้วยกันเพื่อเอาชนะคู่ปรับให้ได้ค่ะ

ปิดท้าย บทสัมภาษณ์ รีเบกกา ฮอลล์ (ดร. ไอลีน แอนดรูว์ส)

คำถาม: การทำงานใน “Godzilla x Kong” น่าจะเป็นสนามเด็กเล่นกว้าง ๆ สำหรับคุณ คุณรู้สึกอย่างไรที่ได้กลับมาสู่จักรวาลมอนสเตอร์เวิร์สและรับบทบาทเป็นตัวละครที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญแบบนี้ครับ

รีเบคกา ฮอลล์: ใช่ค่ะ มันเป็นสนามเด็กเล่นจริง ๆ เป็นคำที่ใช้อธิบายได้ดีจริง ๆ เพราะมันสนุกมากเลยค่ะ ฉันชอบทุกวินาทีที่ได้ทำหนังเรื่องนี้ ฉันชอบการทำงานร่วมกับอดัม วิงการ์ด การที่เขามาทำหนังเรื่องนี้เป็นภาคที่สองช่วยสร้างความแตกต่างได้มากเลย เพราะมันทำให้บรรยากาศการทำงานผ่อนคลาย เราเริ่มงานโดยรู้ว่าครั้งแรกมันเวิร์กมาแล้ว รู้ว่าเขาเข้าใจแนวทางการทำหนังแนวนี้ และเข้าใจว่าจะทำหนังภาคต่อไปอย่างไร ดังนั้นฉันก็แค่ไปเข้ากองถ่ายและสนุกสนานเฮฮากับเพื่อน ๆ ซึ่งก็เป็นข้อดีอีกข้อหนึ่งค่ะ ไบรอัน ไทรี เฮนรี เป็นเพื่อนที่น่ารัก ส่วนแดน สตีเวนส์ ฉันก็รู้จักเขามาตั้งแต่อายุ 19 เพราะฉะนั้นเราจึงสนุกกันมากระหว่างทำหนังเรื่องนี้ และฉันคิดว่าสิ่งนี้ก็ปรากฏออกมาในตัวงานนะ ฉันรู้ว่าคนชอบพูดอะไรแบบนี้กันบ่อย ๆ แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ

คำถาม: คองเป็นยังไงบ้างในช่วงเริ่มต้นของหนังครับ

รีเบคกา ฮอลล์: ในหนังภาคที่แล้ว คองได้เจอบ้าน และมีการนำเสนอแนวคิดเรื่องความหมายของคำว่าบ้าน คู่ขนานไปกับความสัมพันธ์ระหว่างเจียและแอนดรูว์สซึ่งเป็นครอบครัวที่เกิดจากการรับเด็กมาเลี้ยง และความหมายคู่ขนานนั้นก็ยังดำเนินต่อไปในหนังภาคนี้ ในแง่ที่ว่าคองรู้สึกเหงาและอยากรู้ว่าเคยมีหรือยังมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่คล้ายกับมันอยู่บ้างไหม ส่วนเจียซึ่งเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของชาวอีวี่ก็รู้สึกว่าเธอโดดเดี่ยวเหมือนกัน ทั้งคู่จึงมุ่งหน้าค้นหาต้นกำเนิดของตัวเองและความหมายของสิ่งนั้น ในขณะที่ก็อตซิลล่าก็กำลังงีบอยู่ในโคลอสเซียมค่ะ

คำถาม: การทำงานในสถานที่ห่างไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่า Daintree เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมอ่านเรื่องเกี่ยวกับทากที่ตกจากต้นไม้แล้วก็คิดว่าขอแอบหลบอยู่ใต้เตียงดีกว่า

รีเบคกา ฮอลล์: ใช่เลยค่ะ มันมีสิ่งที่เรียกว่าอะไรนะ เอ…มันชื่ออะไรนะ ชื่อมันฟังดูไม่น่าไว้ใจน่ะค่ะ กิมพี! กิมพี มีคนอธิบายให้ฉันฟังว่ามันดูเหมือนใบไม้ แต่มีหนามจิ๋วอยู่เป็นร้อย ๆ เลย แล้วถ้าคุณไปลูบมันเข้า มันจะเกาะผิวหนังคุณแล้วคุณก็จะคันคะเยอไปอีกนาน ไม่รู้สิ ตลอดชีวิตเลยมั้งคะ มีต้นพวกนี้ สัตว์น่ากลัว ๆ แล้วก็นกแคสโซแวรี อย่า…

คำถาม: อย่าได้จ้องตามันใช่ไหมครับ

รีเบคกา ฮอลล์: ใช่ค่ะ เราถ่ายทำกันในช่วงฤดูที่มันมีลูก แล้วพวกแม่นกจะดุมากเวลาที่มันคอยปกป้องลูก ฉันเข้าใจค่ะ ฉันไม่ได้มีปัญหากับเรื่องนี้หรอก แต่อย่าไปจ้องตานกแคสโซแวรีนะ แต่ฉันเคยเห็นนกแคสโซแวรีและจ้องตามันมาแล้ว แต่แค่แป๊บเดียวนะ แล้วฉันก็หันไปทางอื่นและไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันเป็นหนึ่งในสัตว์ที่แปลกประหลาดที่สุดที่ฉันเคยเข้าใกล้… มันทำให้เราเข้าใจไดโนเสาร์ขึ้นมาเลย เพราะฉันมีลูกสาวอายุหกขวบและเธอก็สอนทุกอย่างที่ฉันไม่เคยรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์ อย่างเช่นบางตัวก็มีขนปกคลุมด้วย ซึ่งมันไม่ได้ปรากฏให้เห็นใน “Jurassic World” แต่ฉันว่าตั้งแต่ทำหนังเรื่องนั้นก็คงมีข้อมูลออกมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และการที่ฉันรู้ข้อมูลพวกนี้และอ่านหนังสือเกี่ยวกับไดโนเสาร์… แล้วได้มาเห็นนกแคสโซแวรี ฉันเลยบอกว่า “อ้อ มันคือไดโนเสาร์แบบหนึ่งนี่เอง ไดโนเสาร์ยังคงมีอยู่ที่นี่ในป่า Daintree” เป็นสัตว์ที่น่าทึ่งจริง ๆ จระเข้ งู เรามีทุกอย่างเลยค่ะ

คำถาม: การทำงานกับเหล่าไททันเป็นอย่างไรครับ

รีเบคกา ฮอลล์: พวกมันมีเรื่องราวมากมายอยู่ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ หมายถึงว่าฉันรู้ดีค่ะว่าพวกมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ฉันไม่เคยพบพวกมันมาก่อน ฉันไม่เคยได้เห็นก็อตซิลล่า ฉันรู้ว่าทีมงานจะใส่ภาพมันเข้ามาหลังจากถ่ายทำส่วนของฉันเสร็จแล้ว แต่มีบางสิ่งในตัวพวกมันที่ทำให้เราเชื่อว่ามันเป็นของจริง

คำถาม: ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน คุณก็ถือเป็นคนนำทางของเรา ดร.แอนดรูวส์มีความรู้มากมายเกี่ยวกับโลกของสัตว์ประหลาด คุณมีบทพูดเยอะเลย

รีเบคกา ฮอลล์: ฉันว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันจั๊กจี้นิดหน่อยเวลาเล่นเป็นแอนดรูว์สค่ะ เรื่องที่ว่าเธอเป็นคนจริงจังมากและทรงภูมิมาก และฉันก็ต้องทำเสียงแบบในหนังแอ็กชันจริงจังซึ่งฉันก็ชอบทำนะคะ ถ้าให้พูดตามตรง มีวิธีการพูดบทบางวิธีที่ฉันคงไม่มีโอกาสได้ทำในหนังเรื่องอื่น ๆ และฉันก็สนุกที่ได้ทำแบบนั้นในหนังแนวนี้ค่ะ มันสนุกดี

คำถาม: คุณจะเชิญชวนให้คนมาดูหนังเรื่องนี้ยังไงครับ ผู้ชมน่าจะได้รับอะไรกลับไป

รีเบคกา ฮอลล์: ถ้าคุณอยากออกเดินทางไปพบความตื่นเต้นเร้าใจ ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ ความประทับใจ และรับทุกประสบการณ์ที่คุณควรจะได้รับจากการดูหนังป๊อปคอร์นที่ยอดเยี่ยมสักเรื่องในแบบที่เต็มอิ่มที่สุด นี่คือหนังสำหรับคุณค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top